อาหารพื้นบ้าน

ส้มตำไทย

ส่วนผสมสำหรับทำส้มตำไทย

  • มะละกอดิบหั่นฝอย 2 ถ้วยตวง
  • ถั่วหั่น 3 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศหั้น 1 ลูก
  • กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต้ะ
  • ถั่วลิสง 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกขี้หนูบด 1 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำส้มตำไทย

  1. ใส่กระเทียมและพริกลงในครก ใช้สากตำพอแหลก จึงใส่กุ้งแห้งและถั่ว ตำต่อไปอีกสักพัก
  2. ใส่น้ำตาลปี๊บ คลุกเคล้าให้น้ำตาลละลายแล้วใส่ น้ำปลา มะนาวคลุกให้ละลายเข้ากัน
  3. แล้วใส่มะละกอฝอย ถั่วฝักยาว, มะเขือเทศ คลุกให้ทุกอย่างเข้ากัน แล้วเสริฟใส่จาน พร้อมกับผัก

ส้มตำ เป็น อาหารที่ได้รับความนิยม มากในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และทุกพื้นที่บนโลกที่มีคนไทยอยู่แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า มะละกอ ที่เป็นวัตถุดิบใน การทำส้มตำ ไม่ใช่พืชที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย มะละกอมีต้นกำเนิดในมาเลเซีย เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 40 ปีก่อน ตอนสมัยสงครามเวียดนาม ทหารสหรัฐอเมริกาได้นำเขามาและได้ถูกคนไทยนำมาปรับปรุงเป็นอาหารจนถึงปัจจุบัน

อาหารจากมะละกอดิบ ส้มตำ ส้มตำไทย เส้นมะละกอ คลุกเคล้ากับส่วนผสมต่างๆ ประกอบด้วย มะเขือเทศลูกเล็ก มะเขือสีดา มะเขือเปราะ พริกสด หรือ พริกแห้ง ถั่วฝักยาว กระเทียม

เคล็ดลับการทำส้มตำไทย

  • มะละกอให้ใช้มะละกอสด สับมือและหั่นมือ จะได้เส้นมะละกอที่มีขนาดไม่เท่ากัน จะได้รสชาติของเส้นมะละกอนที่มีรสชาติ หากใช้เครื่องขูดแบบเป็นเส้น จะได้เส้นที่มีขนาดเล็กและเท่ากัน รสชาติของมะละกอจะไม่ดีเท่าแบบสับมือ
  • มะเขือหากใช้มะเขือราชินี จะอร่อยอีกแบบ โดยใช้การคลุก และไม่ต้องโขรกให้แตก เนื่องจากมะเขือราชินี จะมีขนาดเล็ก รสชาติหวาน สามารถกินเล่นสดๆได้ และสีสันสวย
  • ถั่วลิงสงคั่ว ให้ใช้ถั่วลิสงที่คั่วเอง ไม่แนะนำให้ซื้อถั่วคั่วสำเร็จรูปจากตลาด เพราะ ถั่วลิสง หากทำไม่ดี จะมีกลิ่นหื่น และไม่สด รสชาติไม่อร่อย
  • พริกสด ให้ใช้พริกขี้หนูสวน ผสมกับพริกชี้ฟ้า เนื่องจากพริกขี้หนูสวน มีรสเผ็ด และพริกชี้ฟ้าจะได้สีสันที่สวยงาม
  • กระเทียมให้ใช้กระเทียมไทย เนื่องจากกระเทียมไทย มีกลีบเล็ก และมีกลิ่นหอมมากกว่ากระเทียมจีน
  • กุ้งแห้ง ให้ใช้กุ้งตัวใหญ่ โดยการเคชตรียมเนื้อกุ้งให้นำไปนึ่งให้กุ้งสุดล้างให้สีส้มออก เพื่อล้างสารตกค้างในกุ้งออก จะทำให้เพิ่มความสะอาดและอร่อยในกุ้งแห้งได้
  • เคล็ดลับที่สำคัญ ของเมนูส้มตำไทย คือ ความสะอาดของวัตถุดิบ ส่วนรสชาติ จะเปรี้ยว หวาน เค็ม ส่วนรสเผ็ดก็ตามความพอใจของคนรับประทาน

ใส่ความเห็น

Name*
Mail*
Website*
Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>