เกาะขาม

เกาะขาม ไข่มุกมรกตแห่งทะเลตราด เกาะขาม เป็นเกาะส่วนตัวเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับเกาะหมาก ลักษณะเด่นของ เกาะขาม มีธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ หาดทรายขาว(สันทราย)ทอดยาวออกไปในทะเลประมาณ 300 ม. และ หมู่หินภูเขาไฟตั้งอยู่เรียงรายกับแนวปะการังหลากชนิดรอบๆเกาะน้ำทะเลใสตลอดปี จนได้ฉายาว่า “ไข่มุกมรกต แห่งทะเลตราด”

อาณาบริเวณของ เกาะขาม ทิศตะวันออก มีสันทรายยื่นออกไปในทะเล และหาดส่วนตัวยาว ประมาณ 200 ม.ทำให้เกาะขามมีเสน่ห์ดืงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงดงามของธรรมชาติแห่งนี้ ทิศตะวันตก เป็นแนวเขา ซื่งมีีป่าไม้ขื้นอยู่หนาแน่น อุดมไปด้วย กล้วยไม้ป่า หวาย และสมุนไพรหลายๆชนิด นอก จากนี้แล้ว บนเขายังมี จุดชมวิวทิวทัศน์ของหมู่เกาะต่างๆในละแวกนี้และเป็นที่มาของจุดชมพระอาทิตย์ตกอัน สวยงาม จุดหนื่งของ เกาะขาม บริเวณรอบๆเกาะขามยังอุดมไปด้วยหมู่ปะการังนานาชนิดดอกไม้ทะเลสีสดใส ปลาสวยงาม หอยมือเสือ ซื่งทำให้นักดำน้ำได้เพลิดเพลินกับความงดงามของธรรมชาติใต้ทะเลอีกด้วย แม้ว่าเกาะขาม จะเป็นเกาะส่วนตัว เล็กๆแต่ก็มีธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เกาะอื่นๆในทะเลตราด

การเดินทางไปเกาะขาม
1. การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
-จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข3 (บางนา-ตราด)เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 344(ชลบุรี-บ้านบึง-แกลง) เมื่อถึงอำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข3 ผ่านจังหวัดจันทบุรีจนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเรือแหลมงอบ จะมีร้านค้าตรงข้ามอนุสาวรียฺ์กรมหลวงชุมพรมีบริการรับฝากรถ คืนละ 50 บาท เป็นเต้นท์อย่างดี

2. รถแวนปรับอากาศ สามารคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.boonsiriferry.com/en/service/bus.htm

3. รถโดยสารประจำทาง
สามารถขึ้นรถได้ทั้งจากสถานีขนส่งหมอชิต และเอกมัย
บริษัท โชคอนุกูล
กรุงเทพฯ-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา 06.00-24.00น. โทรศัพท์ 0-2391-8097 ,0-2382-2098
ตราด-กรุงเทพฯ รถออกตั้งแต่เวลา 06.30-17.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1986
บริษัทเชิดชัยทัวร์
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกเวลา 14.00น. และ 23.30น.โทรศัพท์ 0-23924-7680
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกเวลา 06.30 และ 23.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1208
บริษัทศุภรัตน์ทัวร์
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา06.00-23.00น.โทรศัพท์ 0-2931-2237
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกตั้งแต่เวลา07.00-23.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1062
กรุงเทพฯ(หมอชิต) โทรศัพท์ 0-2936-0199
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา08.30-22.30น.
โทรศัพท์ 0-2391-2331
กรุงเทพฯ(หมอชิต)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา06.00-23.00น.โทรศัพท์ 0-2936-3388
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกตั้งแต่เวลา08.30-23.00น.โทรศัพท์ 0-3951-1481
ตราด-กรุงเทพฯ(หมอชิต)รถออกตั้งแต่เวลา08.30-23.00น.โทรศัพท์ 0-3951-1481

– จากกรุงเทพถึง ตราด
รถทัวร์ปรับอากาศจากเชิดชัยทัวร์ขึ้นที่เอกมัยมีหลายเวลาให้เลือกเดินทางรถจะออกเกือบทุกชั่วโมง เลือกเดินทางรอบสุดท้าย คือ 11.30 น.จะได้ถึงตราดในตอนเช้า ประมาณตี 4 กว่าๆ เพื่อขึ้นเรือที่แหลมงอบท่าเรือกรมหลวงให้ทันตอน 9.30 น. แต่ก่อนถึงจ.ตราดประมาณตี 3กว่าๆจะมีพนักงานมาเรียกว่าไปท่าเรือแหลมงอบเพื่อต่อสองแถวให้ลงตรงนี้ อันนี้ส่วนตัวแนะนำว่ายังไม่ต้องลง เพราะอาจจะต้องไป นั่งตบยุงเล่นที่ท่ารถ ให้ไปลงสุดสาย ที่ท่ารถจ. ตราด เพราะระหว่างรอเวลายังสามารถนั่ง รถสองแถวไปหาอะไรกินที่ตลาด+ ซื้อของ

ตารางเรือไปเกาะหมาก

– จากแหลมงอบท่าเรือกรมหลวงไปลงที่เกาะหมาก ใช้เวลา 45 นาที
โดยเรือสปีดโบท์ มี 2 บริษัทคือ เรือปาหนัน และเรือลีลาวดี รอบเรือก็มีตามนี้
– เรือปาหนัน จากแหลมงอบมี 2 รอบ คือ 9.30 น. และ 14.00 น. , และขากลับจากเกาะหมาก รอบ 13.00 น. โทร 087 614 7641

– จากท่าเรือแหลมศอก

1. เรือสปีดโบ๊ท

2. เรือเร็ว เฟอรี่เกาะขามมีที่พักแต่ยังไม่เปิดให้บริการ หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวควรพักที่เกาะหมากแล้วค่อยข้่ามเรือไปเที่ยวเกาะขาม ใช้เวลาเพียง แค่7 นาที เท่านั้น ที่เกาะหมากมีรีสอร์ท ให้เลือกเยอะค่ะ

เกาะกูด

เกาะกูด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในตราดรองจากเกาะช้างนอกจากนี้บน เกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น หาดทราย และน้ำทะเลใสสีมรกต จนได้รับการขนานนามว่า “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เกาะกูดยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมี ภูเขาและที่ราบสันเขา ซึ่งเป็นต้นกำเนิด สายน้ำ ลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง นอกจากนี้ บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นหาดทราย และทะเลน้ำใสมากมาย ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อน ทั้งยังมี ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และแนวปะการังนานาชนิด
เกาะกูด
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเกาะกูด
เกาะกูด มีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม เต็มไปด้วยดงมะพร้าวเรียงรายอยู่ด้านตะวันตก เช่น อ่าวคลองยายกี๋ (มีน้ำตก 1 แห่ง) อ่าวตะเภา อ่าวคลองเจ้า (มีคลองและป่าชายเลนสมบูรณ์) อ่าวง่ามโข่ อ่าวคลองหิน พื้นที่ส่วน ใหญ่เป็นป่าเขา เชิงเขามีสวนมะพร้าวและป่าชายเลน หาดส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันตก หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด มีคลองเจ้าเป็นธารน้ำสายสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิตบนเกาะ ซึ่งมีป่าชายเลนที่สวยงาม และสมบูรณ์ มาก
1. หาดบางเบ้า
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูด ใกล้กับอ่าวง่ามโข่ เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 800 เมตร รูปโค้ง จนเกือบจะเป็นวงกลม เหมาะแก่การเล่นน้ำ บริเวณชายหาด อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยสวนมะพร้าว ด้านหลังของชายหาดมีคลองเล็กๆ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี หาดบางเบ้า เป็นหาดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกทะเลได้สวยงามที่สุดหาดหนึ่งบนเกาะกูด
2. อ่าวคลองเจ้า
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูด มีชายหาดขาว ยาว ประมาณ 600 เมตร มีหาดทรายขาว สามารถลง เล่นน้ำได้ บริเวณชายหาด อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ต้นมะพร้าว มีสะพานไม้ยาว 100 อ่าวคลองเจ้า นักท่องเที่ยว สามารถไปเที่ยวน้ำตกคลองเจ้าได้ โดยนั่งเรือชมธรรมชาติสอง ฝั่งไปตามคลองเจ้า และต่อด้วยการเดินเท้าอีก เล็กน้อย เป็นน้ำตกที่นับว่าสวยที่สุดบนเกาะ นักท่องเที่ยวอาจจะ ได้ชมแสงน้อยๆ จากเหล่าหิ่งห้อยที่อยู่ตรง ป่าโกงกางนี้ ยามค่ำคืน และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกทะเล ได้สวยงาม แห่งหนึ่งได้
อ่าวคลองเจ้าบริวเวณอณาเล เกาะกูด
เกาะกูด เกาะกูด
3. อ่าวตะเภา
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูดเป็นที่ตั้งของ เกาะกูดคาบาน่า หาดทรายขาวยาวประมาณ 400 เมตร หาดทรายขาวน้ำใส สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณโดยรอบของชายหาด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนมะพร้าว บรรยากาศร่มรื่น อ่าวตะเภาเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกทะเล ได้สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะกูด
4.คลองยายกี๋
อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูด มีชายหาดยาวประมาณ 300 เมตร มีชายหาดขาว ยาวสามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ตรงข้ามกับเกาะแรด ภายในลำคลองยายกี๋ มาเส้นทางเดินทางเข้าสู่น้ำตกคลองยายกี๋ คล้ายกับน้ำตกคลองเจ้า แต่ความสวยงามน้อยกว่า น้ำตกคลองเจ้า สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ การกางเต็นท์ และแค้มปิ้ง ควรได้รับอนุญาต จากผู้ดูแลชายหาดเสียก่อน
5.อ่าวคลองตาติ้น
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกหาดทรายขาวทอดยาวพอเหมาะ น้ำทะเลใส เหมาะกับการพายเรือคายัคและเล่นน้ำ อ่าวง่ามโข่ มีชายหาดขาวทอดยาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม การเดินทางก็สะดวกสบายหาดทรายแดง มีชายหาดเล็กๆ ไม่ยาวนัก พื้นทรายที่หาดนี้มีสีเข้มกว่าหาดอื่นๆ อันเป็นที่มาของหาดทรายแดง บรรยากาศร่มรื่น เป็นส่วนตัว
6.อ่าวพร้าว
ตั้งอยู่ ทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นอ่าวสุดท้ายใต้สุดของเกาะกูด เป็นชายหาดขาว โค้งเว้ายาวประมาณ 800 เมตร ชายหาด บริเวณอ่าวพร้าวมีน้ำทะเลที่ใสสะอาด สามารถลงเล่นน้ำได้ ด้านบนของชายหาดอุดมสมบูรณ์ไปด้วย สวนมะพร้าวบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการแค้มปิ้งพักแรม ห่างไกลจากชุมชน มีบ้านพักของชาวสวนและชาวประมง ปลูกอยู่ริมคลองพร้าว

7.อ่าวจาก
อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะกูด เป็นหาดทรายขาว ยาวประมาณ 500 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณด้านบนของชายหาด อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยสวนมะพร้าว มีบ้านเรือนของชาวประมง อาศัยอยู่บ้างเล็กน้อย เป็นจุดที่ สามารถ ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามที่สุด แห่งหนึ่งบนเกาะกูด หาดอ่าวจาก เป็นหาดส่วนตัว การกางเต็นท์ หรือแค้มปิ้งควรของอนุญาต จากผู้ดูแลสถานที่เสียก่อน
8.อ่าวยายเกิด
ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะกูด หาดทรายขาวยาวโค้งรูปครึ่งวงกลม ความยาวของหาดประมาณ 800 เมตร หาดทรายขาวยาว สามารถลงเล่นน้ำได้ ด้านหลังของชายหาดติดเนินเขา บริเวณด้านบนของชายหาด อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยต้นมะพร้าว บรรยากาศโดยรอบ บริเวณชายหาด เงียบสงบ ปราศจากบ้านเรือน และแหล่งชุมชน จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อน ของคนที่รักธรรมชาติ อย่างแท้จริง เป็นที่ตั้งของเกาะกูดรีสอร์ท รีสอร์ทแห่งแรก บนเกาะกูด
9.อ่าวสลัด
ทางด้านตะวันออกของเกาะกูด บริเวณอ่าวสลัดเป็นโค้งอ่าวรูปตัวยู ไม่มีชายหาด มีท่าเทียบเรือประมง และเป็นแหล่งที่ตั้งของชุมชน บ้านเรือนชาวประมง บนเกาะกูด
10.อ่าวกล้วย
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะกูด หาดทรายขาวยาวประมาณ 300 เมตร หาดทรายขาวละเอียด น้ำใสลงเล่น น้ำได้ บรรยากาศ เงียบสงบ ปราศจากบ้านเรือน ผู้คน และแหล่งชุมชน เป็นที่ตั้งของ เกาะกูดรีสอร์ท เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง บนเกาะกูด มีแหล่งหญ้าทะเล เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของ สัตว์น้ำ นานาชนิด เป็นจุดชมนก ชนิดต่างๆ บนเกาะกูด เช่น นกปรอดหัวจุก และนกอพยพชนิดต่างๆ
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณใกล้เคียง
สำหรับผู้ที่มาเที่ยวเกาะกูดจะนิยม ซื้อแพคเกจทัวร์ ดำน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับยังเกาะใกล้เคียง ได้ที่รีสอร์ท โดยนำเที่ยวไปยังเกาะยักษ์ เกาะรังและเกาะกระ ซึ่งเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงาม มีปลาเล็กๆ ว่ายเวียนอยู่ตามแนว ปะการัง บนเกาะรังมีหาดทรายหลายแห่ง
รูปแบบการท่องเที่ยวเกาะกูด
ฤดูกาลที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงต้นพฤษภาคม เนื่องจากปลอดลมมรสุม ผู้ไป เที่ยวเกาะกูด ส่วนใหญ่นิยมซื้อแพคเกจทัวร์ของรีสอร์ทต่างๆ บนเกาะกูด ค่าบริการนี้จะรวมค่าเรือไปกลับส่วนใหญ่ ใช้สปีดโบ๊ตซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และค่าบริการยังรวมค่าที่พัก อาหาร และนำเที่ยว เช่น ดำน้ำดูปะการังที่เกาะรัง เกาะกระ เที่ยวน้ำตก บางแห่งมี บริการเรือแคนูให้พายเล่น ราคาแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืนประมาณ 4,500-6,000 บาท ซึ่งแล้วแต่ระดับที่พักและบริการ สถานที่เที่ยว ตามโปรแกรม เช่น พาไปน้ำต คลองเจ้า ไปดำน้ำแถบเกาะรัง เกาะยักษ์ เกาะกระ และมีบริการแคนู คายัก จักรยาน เสื้อชูชีพ หน้ากากดำน้ำตื้น
การไปเที่ยวเอง โดยจองเฉพาะห้องพักของทางรีสอร์ทเพียงอย่างเดียวจะได้ความเป็นอิสระ ในการตระเวณเที่ยวบนเกาะ แต่ต้องหาเช่ามอเตอร์ไซค์ หรือรถกะบะของชาวบ้านเอง หากยังไม่คุ้นเคยจะสับสนในเส้นทางต้อง สอบ ถามจากชาวบ้านก่อน ไปเที่ยวชมหาดทรายต่างๆ ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวตาติ๊น หาดคลองยายกี๋ หาดตะเภา หาดคลองเจ้า หาดขามโข่ หาดทรายแดง หาดบางเบ้า หาดตะเคียน อ่าวคลองหิน อ่าวจาก ไปจนสุด ที่อ่าวพร้าว แต่ละหาดมีหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สามารถลงเล่นน้ำได้ และหากต้อง การดำน้ำ ก็สามารถซื้อแพคเกจได้กับทางรีสอร์ท
เรือไปเกาะกูด
การเดินทางไปเกาะกูดเมื่อมาถึงจังหวัดตราดสามารถขึ้นเรือได้ที่จากท่าเรือแหลมศอก
1. เรือสปีดโบ๊ท
– ศิริไวย์ สปีดโบ๊ท สามารถดูตารางเวลาและรายละเอียดดได้ที่ http://www.kohkoodboat.in.th/
2. เรือเร็ว เฟอรี่

– บุญศิริเรือเร็ว สามารถ คลิ๊กดูตารางเรือเพิ่มเติมที่ http://www.boonsiriferry.com/en/service/ferry.html
– เกาะกูด เอ็กซ์เพรส สามารถดูตารางเวลาและรายละเอียดได้ที่ http://www.xn--12caa4b3b8c9a6cwa1av0g3dgd1nmb.xn--o3cw4h/
– เกาะกูด ปรินซ์เซส https://www.facebook.com/kohkoodprincesshighspeedboat

การเดินทางภายใน ตราด
1.โดยรถยนต์ส่วนตัว
เส้นทาง 1. จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ผ่านชลบุรี ระยอง จันทบุรี เลยไปจนถึง จังหวัด ตราดรวมระยะทางทั้งสิ้น 385 กิโลเมตร เส้นทาง 2. จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข3 (บางนา-ตราด) เลี้ยว ซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 344(ชลบุรี-บ้านบึง-แกลง) เมื่อถึงอำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดจันทบุรีจนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร รีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีบริการรับฝากรถให้ บริเวณท่าเรือของแต่ละรีสอร์ทในกรณีที่ซื้อแพ็คเกจทัวร์ไป

2. รถโดยสารประจำทาง
ใช้บริการรถทัวร์ ส่วนมากจะ โดยสารเที่ยวเวลา 22.30 น. และ 23.00 น. เพื่อจะเดินทางไปถึงตัวอำเภอเมือง จังหวัดตราด เวลา 04.00 น และ 04.30 น. ตามลำดับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง อย่าลืมจองตั๋วกลับให้เรียบร้อย และเมื่อถึงตัว อำเภอเมือง จังหวัดตราด แล้วอาจจะแวะหาอาหารเช้ารับประทานบริเวณตลาดเช้าใน ตัวเมืองเพื่อรอฟ้าห้สว่าง ถ้าซื้อแพ็คเกจทัวร์มาทางรีสอร์ทต่าง ๆ จะมีรถโดยสารสองแถวมารอรับบริเวณสถานีขนส่งหรือ ภายในอำเภอ เมืองเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือประจำรีสอร์ทต่าง ๆ แต่ถ้าไมได้ซื้อก็สามารถนั่งรถสองแถวซึ่งจอดอยู่บริเวณ ตลาดไปยังท่าเรือต่างๆได้ การเดินทางไปจังหวัดตราดสามารถ เลือกขึ้นรถ ได้ทั้งสถานขนส่งเอกมัยและ สถานีขนส่ง หมอชิตใหม่

ปราสาทสัจธรรม พัทยา

ปราสาทสัจธรรม เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็น ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า “วังโบราณ” หรือ “ปราสาทไม้” ทุก ๆ ชิ้นส่วนที่ถูกนำมาก่อสร้างปราสาทสัจธรรมแห่งนี้จะเป็นไม้ทั้งหมด แม้แต่ตัวล็อกที่เอาไว้เชื่อมไม้แกะสลักแต่ละชิ้น ไม่ได้ใช้ีตะปู แต่ใช้ แต่ใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย หรือ ใส่สลักไม้ ปราสาทสัจธรรมเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา จริยธรรม อารยธรรม วัฒนธรรมดีงามของชาวเอเชียตะวันออก ซึ่งสะท้อนถึงจริยธรรม วัฒนธรรมหน้าที่ศีลธรรมในอดีต สู่รูปองค์เทพต่างๆ เจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เรียกอาคารแห่งนี้ว่า”ปราสาทสัจธรรม”ภายใน ปราสาทได้แฝงเนื้อหาทางปรัชญา และศิลปวัฒนธรรมันเป็นมรดกของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนา ในฐานะเป็น เครื่องค้ำจุนโลก โดยเน้นหลักสำคัญคือ “ก่อกำเนิดทั้ง 7 และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4” ปราสาทสัจธรรมได้รับรางวัล ประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551
ปราสาทสัจธรรม
ความหมายของสถาปัตยกรรมในปราสาทสัจธรรม
ด้านทิศตะวันตก (W)
เป็นเรื่องราวกำหนดโลกธาตุ ทั้ง 4 ที่สร้างสรรพสิ่งในทางโลกนี้ได้แก่ ลม ไฟ น้ำ ดิน ตามความเชื่อของศาสนาพรหม พุทธ ฮินดู มีเทพเจ้าผู้ทำหน้าที่สร้าง ทำลาย และรักษา อันเป็นภาพสะท้อนให้เป็นความเสมอภาคมนุษย์และสัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ซึ่งมีแหล่งกำเนิดทางกายภาพเหมือนกันหมดโดยอาศัยเหตุปัจจัยต่างกันเท่านั้น
ด้านทิศตะวันตก

ด้านทิศใต้ (S)
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระนารายณ์อวตารเป็นพระกฤษณะเรียกว่า กฤษณะอวตารปางที่ 8 สะท้อนให้เห็นมนุษย์จะอยู่ได้ด้วยการ เคารพสิทธิ์ ทำหน้าที่ถูกต้องและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอิทธิพลจากดวงดาวต่างๆ คือ สรรพสิ่งที่มีชีวิตและธาตุทั้ง 4 และ สังคมมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ดังตัวอย่างกฤษณะอวตาร ในคัมภีร์มหาภารตะ “ภควัตคีตา”
ด้านทิศเหนือ (N)
เป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ พระมัญชุศรี พระอมิตาพุทธ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร กวนอิม โป๊ยเซียนและเซียนต่างๆ ตามคติ ของชาวพุทธมหายาน ให้มนุษย์รู้จักการให้แบ่งปันความสุขโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เยี่ยงพฤติกรรมของพระโพธิสัตว์ ด้วยความมี เมตตาต่อกันมนุษย์จึงต้องเรียนรู้อยู่กับสังคมด้วยการมีสติปัญญาในสังคมเจริญพัฒนาเข้าสู่ปัญญาแห่งการหลุดพ้น

ด้านทิศตะวันออก (E)
สร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันครอบครัวที่บ่งถึงความรักและความเมตตาที่ต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ให้อยู่อย่างมีความหมาย โดยมีความรักความเมตตาอันบริสุทธิ์ให้สืบต่อเนื่องไป
ใจกลางปราสาท (CT)
เป็นห้องโถงใหญ่มีบุษบกทรงสถูปไม้แกะสลักสูงสง่างาม ไม่มีเทวรูปใดๆ ในช่องประตูทั้ง 4 ด้าน สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งความหลุดพ้น อันเป็นอมตะสัจธรรมและเป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์กลางของจักรวาล คือ จักรวาลดวงดาวทั้ง 9 ดวง และเหล่านางฟ้า เทวดา เทพเจ้า ต่างๆ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ยังชี้ให้เห็นถึงสวรรค์ที่อยู่ในอก นรกที่อยู่ในใจ และความศรัทธาในความถูกต้อง ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความดี คือ ละชั่วทั้งปวง
ใจกลางปราสาท
ปราสาทสัจธรรม ปราสาทสัจธรรม
ปราสาทสัจธรรม ปราสาทสัจธรรม
ยอดหลังคาพรหมสี่หน้า
สร้างให้เป็นสื่อถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง ทั้ง พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ผู้บริหาร ผู้นำประเทศ และพระเจ้าแผ่นดินที่ตั้งอยู่บน พรหมวิหารธรรม 4 คือ มีเมตตา มีความกรุณา มีมุทิตา มีอุเบกขา ซึ่งจะทำให้แผ่นดินนั้นอุดมด้วยมงคลอันประเสริฐ มีความเจริญ รุ่งเรือ คือ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ศาสนาในโลกนั้นเกิดขึ้นจากมนุษย์ด้วยเหตุผลว่าไม่มีกลไกใดๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ จะสามารถควบคุมจิตใจของมนุษย์ได้นอกจากความ “พอ” และ “ศรัทธา” ก็เพราะต้องอาศัยกำลังศรัทธาอย่างแรงกล้า พร้อมทั้ง ความอดทนต่อสภาพจิตใจและต่อธรรมชาติเป็นอย่างมากจึงจะรู้จักความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
ยอดหลังคาพรหมสี่หน้า
ปราสาทสัจธรรม ปราสาทสัจธรรม
บุษบก
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของปราสาท เรียบง่ายว่างเปล่าประหนึ่งบุษบกองค์นี้หลุดลอยอยู่ในจักรวาลที่บุคคลทั่วไปสามารถมีสิทธิ์เสมอเทียบเท่าเหล่าเทวดา หรือเทพเจ้า และสามารถนั่งได้ในทั้ง 4 ทิศ เมื่อบุคคลนั้นบำเพ็ญคุณธรรมความดีอย่างต่อเนื่องจนบรรลุธรรมวิเศษ คือการหลุดจากเหตุปัจจัยในการเกิดในวัฏสงสารอีกต่อไป นี่คือความสุขอันแท้จริง
ยอดบนปราสาท 4 ทิศ และยอดสูงสุดเป็นสัญลักษณ์สะท้อนให้เห็นพันธกิจอันสำคัญของมนุษย์คือ

ยอดทิศตะวันออก (E)
เทพีถือพระคัมภีร์ หมายถึงหน้าที่ในการสืบต่อเนื่องปรัชญาของศาสนาเพื่อให้มนุษย์มีทิศทางดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
ยอดทิศเหนือ (N)
เทวดาถือดอกบัว หมายถึงหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลต่อส่วนรวมจากคำสอนของศาสนาคือการสืบต่อศาสนาให้อยู่ในโลกต่อไป
ยอดทิศตะวันตก (W)
เทพีถือรวงข่าวและนกพิราบเกาะแขน หมายถึงหน้าที่ต้องรักษาความอุดมสมบูรณ์เพื่อสันติสุขแห่งชาวโลก
ยอดทิศใต้ (S)
เทวดาจูงเด็กและคนชรา หมายถึง หน้าที่ต้องสืบทอดเจนารมณ์ดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้ต่อเนื่อง ตั้งอยู่บนความเป็นมนุษยธรรม
ยอดสูงสุดตรงกลางเทวดาทรงม้า
หมายถึง หน้าที่ทั้ง 4 ยอดเล็ก รวมเป็นหนึ่งเดียวดั่งมหาวีรบุรุษ ที่ให้มวลมนุษยชาติสู่โลกอนาคตอย่างมีเป้าหมาย คือ ความสงบสุข สันติของโลก สถานที่แห่งนี้ปรารถนาให้มวลมนุษย์ได้ตระหนักถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ตั้งจิตเพื่อฟ้าดิน มีชีวิตเพื่อมนุษยชาติ สืบต่อ วิทยาการสุดยอดจากปราชญ์ในอดีตและสร้างสันติสุขชั่วกาลนานแห่งมนุษยชาตินี้ คือเป้าหมายอันแท้จริงที่ศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ของมนุษย์ต้องการบรรลุ
ยอดสูงสุด
ปราสาทสัจธรรม ปราสาทสัจธรรม
ปราสาทสัจธรรม ใช้เวลาสร้างมากว่า 20 ปี โดยยังสร้างไม่เสร็จ รวมทั้งตัวปราสาจธรรมส้รางด้วยไม้และตั้งอยู่ใกล้กับทะเล ซึ่งเสี่ยงต่อการโดยไอทะเลซึ่งอาจทำให้ไม้ผุกร่อน ทำให้ยังมีการสร้างใหม่และบำรุงรักษาส่วนที่สึกหรออยู่ตลอดเวลาการก่อสร้าง นั้นต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากภายในปราสาทสัจธรรมจะมีพนักงานคอยให้ความรู้และอธิบายนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติด้วย โดยการเข้าชมภายในตัวทางปราสาจจะมีการแจกหมวยนิรภัยให้นักท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยสำหรับการเข้าชม
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทุกวันเปิดให้เข้าชม 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยและชาวต่างชาติ 500 บาท, เด็กความสูงไม่เกิน 110 เซ็นติเมตร 250 บาท เว็บไซต์ http://www.sanctuaryoftruth.com

กิจกรรมอื่นๆ
1. การแสดงศิลปะวัฒนะธรรมไทยวันละ 2 รอบ 11.30 น. และ 15.30
2. กิจกรรม( ไม่รวมค่าตั๋วเข้าชม)
– นั่งเรือสปีท โบ้ทชมปราสาท
– นั่งรถม้า
– รถ ATV
– BB. Gun
– ขี่ม้า
– นั่งช้าง

การเดินทางไปปราสาทสัจธรรม พัทยา
ตั้งอยู่ บริเวณแหลมราชเวช 206/2 ม.5 ถ.นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถ.สุขุมวิท) ถึงเมืองพัทยาใช้ ถ.สุขุมวิท ผ่านพัทยาเหนือมุ่งหน้า สู่ ต.นาเกลือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.นาเกลือ เลี้ยวขวาที่ ซ.นาเกลือ 12 ปราสาทสัจธรรมอยู่ริมทะเล

Mimosa Pattaya

Mimosa Pattaya มิโมซ่า พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวสุดเก๋อีกหนงของพัทยา ภายใต้แนวคิด ” The City of Love เมืองเเห่งความรัก ” โดยสร้าง จำลองแบบกลิ่นไอสถาบัตยกรรมเมืองโบราณของฝรั่งเศสโดดเด่นด้วยสีสัน สดใส บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในเมืองพัทยา โอบล้อมด้วย บรรยากาศอันแสนโรเเมนติก กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ผสมผสาน กันอย่างลงตัว Mimosa Pattaya ยังเป็นศูนย์รวมสินค้าที่ี่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น ร้านอาหารไทย อาหารนานาชาติหลากหลายชนิด ที่พร้อมให้บริการ อย่างครบครัน ผ่อนคลายสบายๆ ด้วย การนวดแผนไทย การนวดอโรมา เราบรรจงสร้างสรรค์ทัศนียภาพให้เกิดเป็นเมืองแห่งความรัก โดยเฉพาะคน ที่ท่านรัก เชิญเข้ามาสัมผัสด้วยตัวท่านเอง ที่นี่ Mimosa Pattaya, the City of Love นอกจากนี้ยังมีโชว์สุดอลังการ ณ ลานน้ำพุดนตรีที่หมุนเวียน เปลี่ยนมาสร้างความบันเทิงทุกวันโดยการแสดงจะมี 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ 20.00 น.

รายละเอียดเพิ่มเติม
Mimosa Pattaya ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ส่วนค่าเข้าชม Mimosa Pattaya 50 บาืท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 3823 7318-9
http://www.mimosa-pattaya.com/
http://www.facebook.com/mimosapattaya

เมืองจำลอง พัทยา

เมืองจำลองตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 143 เลยสี่แยก ตลาดนาเกลือ ประมาณ 500 เมตร เป็น สถานที่รวบรวมของโบราณสถาน และสถานที่สำคัญ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานพระราม 9 ปราสาทหินพิมาย ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีมินิยุโรป ซึ่งจำลองสถาปัตยกรรม ที่มีชื่อเสียง ของประเทศต่างๆ ทั่วภาคพื้นทวีปยุโรป และอเมริกา เช่นหอไอเฟล เทพี สันติภาพ แกรนแคนยอน ฯลฯ
เมืองจำลอง เมืองจำลอง
เมืองจำลอง ก็เกิดขึ้นภายใต้แนวความคิดแบบเดียวกันนี้ โดยคุณเกษม เกษมเกียรติสกุล ซึ่งมีความสนใจ งานศิลปกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งยังได้มีโอกาสเดินทาง ไปทำธุรกิจ และทำท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ในหลายประเทศ และในส่วนนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ได้ไปเยือนแล้ว เกิดความ ประทับใจ จนกระทั่งได้มีโอกาสไปเที่ยวชมที่ Madurodum ประเทศเนเธอแลนด์ และ Window on China ประเทศ ไต้หวัน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้จำลองสถานที่ และสถาปัตยกรรมที่สำคัญของโลกมารวบ รวมไว้ในอัตราส่วน1:25 เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม จึงได้เกิดความคิดว่าในเมืองไทยก็มีศิลปะที่มีความ สวยงามไม่แพ้กันรวมทั้ง สถาปัตยกรรม และโบราณสถานทางประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง
เมืองจำลอง เมืองจำลอง
ซึ่งโอกาสที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จะสามารถไปเที่ยวชมในทุกสถานที่นั้นมีน้อยมากแต่ถ้าเรา สามารถรวบรวมสถานที่สำคัญ ๆ เหล่านี้มาจำลองรวมไว้ใน ที่เดียวกัน โดยยังคงรักษารายละเอียดไว้ได้เหมือน สถานที่จริง คงจะทำให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ได้ ้เข้าไปสัมผัส ได้รับรู้คุณค่า และความสวยงาม ของสถาปัตยกรรมไทยได้มากขึ้น หลังจากที่เกิดแนวคิดนี้ คุณเกษม เกษมเกียรติสกุล ได้ใช้เวลากว่า 5 ปีใน การเดินทางไปสำรวจและศึกษาสถานที่ สำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ตลอดจนยังต้องเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อศึกษา และรวบรวมงานศิลปกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ที่มีความโดดเด่น เพื่อนำสิ่งเหล่านั้นมา ถ่ายทอดผ่านผลงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ์ตามแนวคิดที่ได้ตั้งใจไว้ จนกระทั่งปี พ.ศ.2529 เมืองจำลองจึงเกิด ขึ้นภายใต้แนวคิดดังกล่าวที่ต้องการให้เป็นสถานที่ ี่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการในพื้นที่ 30 ไร่
Zone Mini Europe
ซึ่งจำลองสถาปัตยกรรม ที่มีชื่อเสียง ของประเทศต่างๆ ทั่วภาคพื้นทวีปยุโรปและอเมริกา เช่นหอไอเฟล เทพีสันติ ภาพ แกรนแคนยอน ฯลฯ

Zone Mini Siam
เป็นสถานที่ รวบรวมของโบราณสถาน และสถานที่สำคัญ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานพระราม 9 ปราสาทหินพิมาย ฯลฯ

อัตราค่าเข้าชมเมืองจำลอง
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00น.
สอบถามโทร 038 727 333 ,038 727 666 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.minisiam.com
การแสดง
มีการแสดงนาฏศิลป์ ทุกวัน เวลา 18.00 – 21.30 น.
* นอกจากนี้ทางเมืองจำลองรับจัดงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานพิธีต่าง ๆ งานประชุมสัมมนา หรืออาหารกลางวันและ อาหารเย็น สำหรับกรุ๊ปทัวร์ราคากันเอง
การเดินทางไปเมืองจำลอง
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
เมืองจำลองอยู่ติดถนนสุขุมวิทเมืองจำลองตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 143 เลยสี่แยก ตลาดนาเกลือ ประมาณ 500 เมตร
2. โดยรถโดยสารสาธารณะ
– ขึ้นรถตู้ที่จะไปพัทยาที่เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย ออกทุกชั่วโมง รถจะผ่านหน้าเมืองจำลองเลย

เกาะล้าน

ทะเลแสนสวยน้ำใสแห่งพัทยา ที่อยู่ใกล้กรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมง เป็นเกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ หรือแสวงหาหาดทรายที่ขาวบริสุทธิ์ ท้องทะเลสีฟ้าครามดุจทะเลอันดามัน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เกาะล้านอยู่ห่างจากชายฝั่งพัทยา 7 ก.ม. มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ เพราะน้ำทะเลที่เกาะล้านนี้ใสมากๆ มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นสนุกมากมาย เช่น เรือลากร่มชูชีพ เรือสกี สกู๊ตเตอร์ มีที่พัก ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ บรรยากาศดี ให้ได้นั่งชิล เรียกได้ว่ามาเกาะเดียวได้พักผ่อนแบบเต็มที่ หลากรูปแบบ

จุดแวะเที่ยวบนเกาะล้านหาดต่างๆ

ท่าหน้าบ้าน

ท่าหน้าบ้าน คือ ท่าเทียบเรือหลักของเกาะล้าน หากข้ามเรือมากจากแหลมบาลีฮายฝั่งพัทยา เรือจะจอดลงกันท่านี้ เรียกได้ว่า ท่าหน้าบ้าน เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเกาะล้านที่มีความคึกคักไปด้วย ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ที่พัก รถเช่า รถสองแถว รถมอเตอร์ไซต์ ที่ให้บริการนำเที่ยวจะมาจอดรถรับ ส่งนักท่องเที่ยวกันบริเวณจุดนี้

หาดคุ้งวิมาน

หาดคุ้งวิมาน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนายายอาม ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรีประมาณกิโลเมตร เป็นชายหาดที่เงียบสงบและมีทัศนียภาพที่ สวยงาม ที่ริมชายหาดมีร้านค้าบริการ อาหารเครื่องดื่มและห้องอาบน้ำจืด บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การ พักผ่อนมีสถานที่ สำหรับ พักแรม นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวเนินพญา ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบหาดคุ้งวิมาน เป็นถนนที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด ในภาคตะวันออก เนื่องจากว่าเป็นถนนเลียบชายหาดของจังหวัดจันทบุรีผ่านหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน หาดแหลมสิงห์ ทั้งสองฝั่งถนน ติดทะเล และภูเขา ตัวถนนโค้งไปตามภูเขา และ ทะเล ผ่านจุดชมวิวสวยๆ หลายแห่งเช่น หาดแหลมสน ปากแม่น้ำจันทบุรี จุดชมวิวเนินนางพญา ฯลฯ ถนนเส้นนี้เป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวของ Dream destinations ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แนะนำให้มาเที่ยว ซึ่งความยามของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เ มีระยะทางทั้งหมด 111 กิโลเมตร ถนนบางส่วนก็เป็นทางหลวงเดิม และ มีการสร้างเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมถนนเข้าด้วยกัน ถนนเส้นนี้จัดสร้างโดยกรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม เริ่มจากแยกทางหลวง หมายเลข 3161 บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง จ.ระยอง เรียบชายฝั่งเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี ลัดเลาะไปตามแหล่งท่องเที่ยว ชายทะเลที่สวยงาม และสิ้นสุดที่จุดเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3149 ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งสามารถใช้เส้นทางสายนี้ ต่อไปยัง ทางหลวงหมายเลข – ถ.สุขุมวิท เพื่อไปยังจังหวัดตราด ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตนอกจากจะเป็นถนนที่เหมาะกับการขับรถเล่น ชมวิวแล้ว ยังเหมาะที่จะมาปั่นจักรยานชมวิว มีเลนของจักรยานโดยเฉพาะที่บริเวณไหล่ทาง

การเดินทาง
จากถนนสุขุมวิท หรือทางหลวงหมายเลข 3 เมื่อถึง กม. ที่ 301 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3399 ไปราว 18 กิโลเมตรก็จะ ถึงถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ในเขตจังหวัดจันทบุรี เมื่อขับรถตรงเข้ามาจะพบกับวงเวียนรูปปลาโลมา จากนั้นเลี้ยวขวาขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงหาดคุ้งวิมาน จากหาดขับรถขึ้นเขาลูกเตี้ยๆ ที่อยู่ใกล้กันจะถึงจุดชมวิวเนินพญา

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์)

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ (เดิมเป็นโรงเรียนสอน ศาสนา)เป็น โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก มีลักษณะตามศิลปะแบบโกธิก ดิมมีหลังคาเป็นยอดแหลมแต่ได้มี การรื้อส่วนแหลมออกในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีทางอากาศ มีการตกแต่ง โบสถ์ไม้ฉลุลายประดับกระจกสี เป็นรูปนักบุญ ในศาสนาคริสต์รูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบ เปี่ยมประกายเมตตา ยืนอยู่หน้าวิหารทรงโกธิกซึ่งดูยิ่งใหญ่ หากภายในกลับมีแต่ ความสงบเย็น และงดงามด้วยศิลปะตกแต่ง แบบยุโรป อาคารอันงดงามนี้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่าศตวรรษ โบสถ์แม่พระปฏิสนธิ จึงมิเพียงเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดเท่านั้น หากยัง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของผองชาวคริสต์ทั้งปวง มิเพียงเฉพาะเมืองจันทบูรแต่ครอบคลุม ไปทั่วฝั่งทะเลตะวันออกทีเดียว
โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล
ตัวโบสถ์ในปัจจุบันนับเป็นหลังที่ 5สร้างโดยคุณพ่อเปโตรปรีกาล เมื่อพ.ศ. 2449ตัวโบสถ์ยาว 60 ม. กว้าง 20 ม. สร้างด้วยสถาปัตย กรรมแบบโกธิกซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์น็อตเตอร์ดามในประเทศฝรั่งเศส คือหน้าต่างโค้ง และประดับด้วยลายฉลุโดย รอบตัวโบสถ์ มีหอด้านหน้าสองข้าง ซึ่งเดิมมียอดแหลมแต่ได้รื้อออกเมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2483 เพื่อไม่ให้เป็นที่หมายตา ในการโจมตีโดยเฉพาะยามแสงแดดส่องจะรู้สึกเหมือนดั้งต้องมนต์สะกดและหากใครเข้าไป ในโบสถ์ช่วงที่กำลังสวดทำพิธีกรรม จะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา และหากใครมีโอกาสเดินเข้าไปภายในโบสถ์ก็จะได้สัมผัสกับอาคารที่เป็นโถงโล่ง มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้ง สองข้างช่องแสง อาคารประดับตกแต่งกระจกสี( Stainglass) เป็นรูปนักบุญองค์ต่างๆ ในศาสนาคริสต์ ประตูโบสถ์จะเปิดก่อนการสวดมนต์ในแต่ละวัน ระหว่างนั้นสามารถเข้าไปเที่ยวชมความงามและถ่ายภาพได้ บริเวณด้านหน้า โบสถ์มีสวนหย่อมเล็กๆอยู่ 2 ข้าง มีประติมากรรมพระแม่มารีที่ใบหน้าสงบ เปี่ยมเมตตายืนโดดเด่น อยู่ทางด้านขวามือ ของหน้าโบสถ์
สำหรับโบสถ์วัดแม่พระฯ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ในเมืองจันทร์และ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ เมืองจันท์แล้วมีรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2542 จากสมาคมสถาปนิก สยามการันตี ในความน่าสนใจของโบสถ์หลังนี้ ส่วนทางททท.ก็ยกให้โบสถ์วัดแม่พระฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ประเภทมุมมองใหม่
โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

ชุมชนชนริมน้ำจันทบูร

ชุมชนริมน้ำจันทบรู ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตก แต่เดิมรู้จักกันในชื่อที่เรียกกันติดปากว่า “บ้านลุ่ม” ซึ่งเป็นชุมชน เก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของ จันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยว ที่หากใครที่มาเยือนจังหวัด จันทบุรี แล้วไม่ควรพลาด มีจุดเริ่มต้นจากเชิงสะพานวัดจันทร์ เป็นแนวไปตลอดจนถึงชุมชนตลาดล่าง บริเวณที่เรียกว่าท่าเรือจ้างอาคาร ส่วนใหญ่ เป็นที่พักอาศัย และร้านค้าของชุมชนที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกแถวโบราณลวดลายไม้จำหลักอ่อนช้อย งดงาม อยู่ตามบานประตูหน้าต่างและมุมอาคาร ซึ่งจะพบรูปแบบเรือนขนมปังขิงปะปนอยู่ด้วย เพราะชาวจันทบุรีได้รับอิทธิพลจากการ ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศเมื่อสมัย ร. 5 ลักษณะการฉลุลายของช่างฝีมือชาวจันทบุรี จัดได้ว่า มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจำหลักฉลุช่องลม เป็นภาพจำหลัก นูนรูปหัวพยัคฆ์สอดแทรกอยู่ตามกิ่งเครือเถา หรือความคมเฉียบของลายที่แฝง ไปด้วยความอ่อนช้อย ของลายจำหลักจึงถือว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์ของจันทบุรี

ประวัติชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร
ย่านท่าหลวง-ตลาดล่าง มีความสำคัญต่อบทบาทการค้ากับต่างประเทศของจันทบุรีในยุคนั้น คือเป็นจุดที่เรือบรรทุกสินค้าของป่าที่ รวบรวมมาได้จากป่าแถบตะเคียนทอง น้ำขุ่น คลองพลู วังแซ้มในบริเวณ เขาคิชฌกูฎและ เขาสอยดาว จะล่องลงมาตามลำน้ำจันทบุรี และ มาเทียบท่าที่ตลาดท่าหลวงโดยมีกล่มชาวชองซึ่งเป็นชนพื้นเมือง เดิมที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาในจันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแรงงานในการจัดเก็บของป่านำมาจำหน่าย ในตัว เมืองจันทบุรี ในปีหนึ่งชาวชองจะล่องแพนำสินค้ามาจำหน่ายในเมืองเพียง ครั้งเดียว คือในระหว่างเดือน 10 ถึง 12 (เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลากสามารถล่องแพลงมาตามลำน้ำ ได้สะดวก ส่วนในฤดูแล้ง ระหว่างเดือน 3 ถึง 5 (เดือนกุมพาพันธ์ถึงเดือนเมษายน)ต้องลำเลียงทางเกวียนซึ่งลำบากและใช้เวลานาน จึงไม่ เป็นที่นิยมในช่วงที่กองทหารฝรั่งเศสเข้ามายึดครองจันทบุรี (พ.ศ. 2436-2447) การค้าขายในย่านนี้เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากสินค้าป่าแล้ว ยังมีการลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทสุรา ฝิ่น กาแฟ ชา การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของย่านท่าหลวง-ตลาดล่างส่งผลให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ต่างๆ ในบริเวณนี้ก่อนบริเวณอื่น
ในปี พ.ศ. 2451 จึงได้ประกาศให้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลที่ตำบลตลาดเมืองจันทบุรีเป็นแห่งแรกในเขตจันทบุรี นอกจากนี้ในช่วงที่ มีการค้าขยายตัว มีจำนวนประชากรอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวในย่านนี้ถึงปีละ 100 คน เศษมีพ่อค้าต่างถิ่น อาทิ แขก กุหล่า พม่า เข้ามาตั้งร้านค้าชั่วคราวรวมทั้งมีพ่อค้าเร่จากบ่อพลอยไพลิน บ่อนาวง ที่มาซื้อขายสินค้าต่างๆ และนำพลอยมาขายปีละนับพันคน เมื่อศูนย์กลางการค้าภายใน เมืองจันทบุรีย้ายไปอยู่ที่ ตลาดน้ำพุลักษณะทางกายภาพของท่าหลวง-ตลาดล่างยังปรากฏให้เห็น วัฒนธรรมการตั้งบ้าน เรือนหรือ ร้านค้าที่ หันหลังให้แม่น้ำ หันหน้าเข้าสู่ถนนบ้านเรือนเป็นเรือนติดดิน นิยมสร้างเป็นเรือนหลัง ใหญ่ทรงจั่วใช้วัสดุ ในท้องถิ่นก่อสร้าง อาทิ ไม้แฝกใบจากนิยมยื่นชายคากออกมาเพื่อเป็นร้านค้าติดระเบียงทางเดิน ด้านหน้าตาม ลักษณะที่ พักอาศัยกึ่งพาณิชย์อันเป็นลักษณะวัฒนธรรมการค้าขายของชาวจีน อาคารพักอาศัยและร้านค้า ย่านท่าหลวง เป็นชุมชน เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมากควรจะมีการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อการท่องเที่ยว หรือโฮมสเตย์ ปัจจุบันยังมีกองถ่ายละคร และกองถ่ายภาพยนตร์ รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณามาใช้โลเกชั่นบริเวณนี้กันบ่อยครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจในชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร
ชุมบ้านเรือนริมน้ำเก่าสมัย ร.5 และวิถีชีวิตของคนในชุมชน และสถาปัตยกรรมโบราณร้านขายของและร้านอาหารต่างๆ แต่ละร้าน ไม่ทำร้านให้โดดเด่น หรือขัดแย้งกับสถานที่แต่กลมกลืนไปกับบรรยากาศเก่าๆตามแบบเดิมของชุมชนริมน้ำจันทบูร