หาดคุ้งวิมาน

หาดคุ้งวิมาน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนายายอาม ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรีประมาณกิโลเมตร เป็นชายหาดที่เงียบสงบและมีทัศนียภาพที่ สวยงาม ที่ริมชายหาดมีร้านค้าบริการ อาหารเครื่องดื่มและห้องอาบน้ำจืด บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การ พักผ่อนมีสถานที่ สำหรับ พักแรม นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวเนินพญา ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบหาดคุ้งวิมาน เป็นถนนที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด ในภาคตะวันออก เนื่องจากว่าเป็นถนนเลียบชายหาดของจังหวัดจันทบุรีผ่านหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน หาดแหลมสิงห์ ทั้งสองฝั่งถนน ติดทะเล และภูเขา ตัวถนนโค้งไปตามภูเขา และ ทะเล ผ่านจุดชมวิวสวยๆ หลายแห่งเช่น หาดแหลมสน ปากแม่น้ำจันทบุรี จุดชมวิวเนินนางพญา ฯลฯ ถนนเส้นนี้เป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวของ Dream destinations ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แนะนำให้มาเที่ยว ซึ่งความยามของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เ มีระยะทางทั้งหมด 111 กิโลเมตร ถนนบางส่วนก็เป็นทางหลวงเดิม และ มีการสร้างเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมถนนเข้าด้วยกัน ถนนเส้นนี้จัดสร้างโดยกรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม เริ่มจากแยกทางหลวง หมายเลข 3161 บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง จ.ระยอง เรียบชายฝั่งเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี ลัดเลาะไปตามแหล่งท่องเที่ยว ชายทะเลที่สวยงาม และสิ้นสุดที่จุดเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3149 ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ซึ่งสามารถใช้เส้นทางสายนี้ ต่อไปยัง ทางหลวงหมายเลข – ถ.สุขุมวิท เพื่อไปยังจังหวัดตราด ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตนอกจากจะเป็นถนนที่เหมาะกับการขับรถเล่น ชมวิวแล้ว ยังเหมาะที่จะมาปั่นจักรยานชมวิว มีเลนของจักรยานโดยเฉพาะที่บริเวณไหล่ทาง

การเดินทาง
จากถนนสุขุมวิท หรือทางหลวงหมายเลข 3 เมื่อถึง กม. ที่ 301 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3399 ไปราว 18 กิโลเมตรก็จะ ถึงถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ในเขตจังหวัดจันทบุรี เมื่อขับรถตรงเข้ามาจะพบกับวงเวียนรูปปลาโลมา จากนั้นเลี้ยวขวาขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงหาดคุ้งวิมาน จากหาดขับรถขึ้นเขาลูกเตี้ยๆ ที่อยู่ใกล้กันจะถึงจุดชมวิวเนินพญา

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์)

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ (เดิมเป็นโรงเรียนสอน ศาสนา)เป็น โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก มีลักษณะตามศิลปะแบบโกธิก ดิมมีหลังคาเป็นยอดแหลมแต่ได้มี การรื้อส่วนแหลมออกในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีทางอากาศ มีการตกแต่ง โบสถ์ไม้ฉลุลายประดับกระจกสี เป็นรูปนักบุญ ในศาสนาคริสต์รูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบ เปี่ยมประกายเมตตา ยืนอยู่หน้าวิหารทรงโกธิกซึ่งดูยิ่งใหญ่ หากภายในกลับมีแต่ ความสงบเย็น และงดงามด้วยศิลปะตกแต่ง แบบยุโรป อาคารอันงดงามนี้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่าศตวรรษ โบสถ์แม่พระปฏิสนธิ จึงมิเพียงเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดเท่านั้น หากยัง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของผองชาวคริสต์ทั้งปวง มิเพียงเฉพาะเมืองจันทบูรแต่ครอบคลุม ไปทั่วฝั่งทะเลตะวันออกทีเดียว
โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล
ตัวโบสถ์ในปัจจุบันนับเป็นหลังที่ 5สร้างโดยคุณพ่อเปโตรปรีกาล เมื่อพ.ศ. 2449ตัวโบสถ์ยาว 60 ม. กว้าง 20 ม. สร้างด้วยสถาปัตย กรรมแบบโกธิกซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์น็อตเตอร์ดามในประเทศฝรั่งเศส คือหน้าต่างโค้ง และประดับด้วยลายฉลุโดย รอบตัวโบสถ์ มีหอด้านหน้าสองข้าง ซึ่งเดิมมียอดแหลมแต่ได้รื้อออกเมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2483 เพื่อไม่ให้เป็นที่หมายตา ในการโจมตีโดยเฉพาะยามแสงแดดส่องจะรู้สึกเหมือนดั้งต้องมนต์สะกดและหากใครเข้าไป ในโบสถ์ช่วงที่กำลังสวดทำพิธีกรรม จะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา และหากใครมีโอกาสเดินเข้าไปภายในโบสถ์ก็จะได้สัมผัสกับอาคารที่เป็นโถงโล่ง มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้ง สองข้างช่องแสง อาคารประดับตกแต่งกระจกสี( Stainglass) เป็นรูปนักบุญองค์ต่างๆ ในศาสนาคริสต์ ประตูโบสถ์จะเปิดก่อนการสวดมนต์ในแต่ละวัน ระหว่างนั้นสามารถเข้าไปเที่ยวชมความงามและถ่ายภาพได้ บริเวณด้านหน้า โบสถ์มีสวนหย่อมเล็กๆอยู่ 2 ข้าง มีประติมากรรมพระแม่มารีที่ใบหน้าสงบ เปี่ยมเมตตายืนโดดเด่น อยู่ทางด้านขวามือ ของหน้าโบสถ์
สำหรับโบสถ์วัดแม่พระฯ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ในเมืองจันทร์และ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ เมืองจันท์แล้วมีรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2542 จากสมาคมสถาปนิก สยามการันตี ในความน่าสนใจของโบสถ์หลังนี้ ส่วนทางททท.ก็ยกให้โบสถ์วัดแม่พระฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ประเภทมุมมองใหม่
โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

ชุมชนชนริมน้ำจันทบูร

ชุมชนริมน้ำจันทบรู ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตก แต่เดิมรู้จักกันในชื่อที่เรียกกันติดปากว่า “บ้านลุ่ม” ซึ่งเป็นชุมชน เก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของ จันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยว ที่หากใครที่มาเยือนจังหวัด จันทบุรี แล้วไม่ควรพลาด มีจุดเริ่มต้นจากเชิงสะพานวัดจันทร์ เป็นแนวไปตลอดจนถึงชุมชนตลาดล่าง บริเวณที่เรียกว่าท่าเรือจ้างอาคาร ส่วนใหญ่ เป็นที่พักอาศัย และร้านค้าของชุมชนที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกแถวโบราณลวดลายไม้จำหลักอ่อนช้อย งดงาม อยู่ตามบานประตูหน้าต่างและมุมอาคาร ซึ่งจะพบรูปแบบเรือนขนมปังขิงปะปนอยู่ด้วย เพราะชาวจันทบุรีได้รับอิทธิพลจากการ ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศเมื่อสมัย ร. 5 ลักษณะการฉลุลายของช่างฝีมือชาวจันทบุรี จัดได้ว่า มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจำหลักฉลุช่องลม เป็นภาพจำหลัก นูนรูปหัวพยัคฆ์สอดแทรกอยู่ตามกิ่งเครือเถา หรือความคมเฉียบของลายที่แฝง ไปด้วยความอ่อนช้อย ของลายจำหลักจึงถือว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์ของจันทบุรี

ประวัติชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร
ย่านท่าหลวง-ตลาดล่าง มีความสำคัญต่อบทบาทการค้ากับต่างประเทศของจันทบุรีในยุคนั้น คือเป็นจุดที่เรือบรรทุกสินค้าของป่าที่ รวบรวมมาได้จากป่าแถบตะเคียนทอง น้ำขุ่น คลองพลู วังแซ้มในบริเวณ เขาคิชฌกูฎและ เขาสอยดาว จะล่องลงมาตามลำน้ำจันทบุรี และ มาเทียบท่าที่ตลาดท่าหลวงโดยมีกล่มชาวชองซึ่งเป็นชนพื้นเมือง เดิมที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาในจันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแรงงานในการจัดเก็บของป่านำมาจำหน่าย ในตัว เมืองจันทบุรี ในปีหนึ่งชาวชองจะล่องแพนำสินค้ามาจำหน่ายในเมืองเพียง ครั้งเดียว คือในระหว่างเดือน 10 ถึง 12 (เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลากสามารถล่องแพลงมาตามลำน้ำ ได้สะดวก ส่วนในฤดูแล้ง ระหว่างเดือน 3 ถึง 5 (เดือนกุมพาพันธ์ถึงเดือนเมษายน)ต้องลำเลียงทางเกวียนซึ่งลำบากและใช้เวลานาน จึงไม่ เป็นที่นิยมในช่วงที่กองทหารฝรั่งเศสเข้ามายึดครองจันทบุรี (พ.ศ. 2436-2447) การค้าขายในย่านนี้เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากสินค้าป่าแล้ว ยังมีการลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทสุรา ฝิ่น กาแฟ ชา การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของย่านท่าหลวง-ตลาดล่างส่งผลให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ต่างๆ ในบริเวณนี้ก่อนบริเวณอื่น
ในปี พ.ศ. 2451 จึงได้ประกาศให้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลที่ตำบลตลาดเมืองจันทบุรีเป็นแห่งแรกในเขตจันทบุรี นอกจากนี้ในช่วงที่ มีการค้าขยายตัว มีจำนวนประชากรอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวในย่านนี้ถึงปีละ 100 คน เศษมีพ่อค้าต่างถิ่น อาทิ แขก กุหล่า พม่า เข้ามาตั้งร้านค้าชั่วคราวรวมทั้งมีพ่อค้าเร่จากบ่อพลอยไพลิน บ่อนาวง ที่มาซื้อขายสินค้าต่างๆ และนำพลอยมาขายปีละนับพันคน เมื่อศูนย์กลางการค้าภายใน เมืองจันทบุรีย้ายไปอยู่ที่ ตลาดน้ำพุลักษณะทางกายภาพของท่าหลวง-ตลาดล่างยังปรากฏให้เห็น วัฒนธรรมการตั้งบ้าน เรือนหรือ ร้านค้าที่ หันหลังให้แม่น้ำ หันหน้าเข้าสู่ถนนบ้านเรือนเป็นเรือนติดดิน นิยมสร้างเป็นเรือนหลัง ใหญ่ทรงจั่วใช้วัสดุ ในท้องถิ่นก่อสร้าง อาทิ ไม้แฝกใบจากนิยมยื่นชายคากออกมาเพื่อเป็นร้านค้าติดระเบียงทางเดิน ด้านหน้าตาม ลักษณะที่ พักอาศัยกึ่งพาณิชย์อันเป็นลักษณะวัฒนธรรมการค้าขายของชาวจีน อาคารพักอาศัยและร้านค้า ย่านท่าหลวง เป็นชุมชน เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมากควรจะมีการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อการท่องเที่ยว หรือโฮมสเตย์ ปัจจุบันยังมีกองถ่ายละคร และกองถ่ายภาพยนตร์ รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณามาใช้โลเกชั่นบริเวณนี้กันบ่อยครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจในชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร
ชุมบ้านเรือนริมน้ำเก่าสมัย ร.5 และวิถีชีวิตของคนในชุมชน และสถาปัตยกรรมโบราณร้านขายของและร้านอาหารต่างๆ แต่ละร้าน ไม่ทำร้านให้โดดเด่น หรือขัดแย้งกับสถานที่แต่กลมกลืนไปกับบรรยากาศเก่าๆตามแบบเดิมของชุมชนริมน้ำจันทบูร