ตึกพระยาอภัยภูเบศร

ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ใน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรตึกสีเหลืองสไตล์ย้อยนยุคสถาน ที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ ปราจีนบุรีสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2452 เป็นตึกที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างขึ้นโดยทรัพย์สินส่วนตัวในปี พ.ศ. 2452 เพื่อถวายเป็นที่ ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ทันได้เสด็จประทับพระองค์ก็เสด็จสวรรคตก่อน อย่างไรก็ตาม ที่นี่เคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2455 รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ คราเสด็จมณฑลปราจีนบุรี ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแบบบาโร้ค (Barogue)เป็นตึกสองชั้นมีมุขด้านหน้าตรงกลางเป็นโดมผนังด้านนอก มีลายปูนปั้น ลายพฤกษาประดับ ซุ้มประตูและ หน้าต่างภายในตึกแบ่งออกเป็นหลายห้อง ห้องที่งดงามที่สุดคือห้องโถงกลางชั้นล่างซึ่งยังคง ลักษณะการตกแต่งภายในแบบเดิม อยู่ครบถ้วนตั้งแต่ลวดลายกระเบื้องปูพื้นภาพเขียนสีปูนเปียกบนเพดาน และลายปูนปั้น หัวเสา ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงประวัติเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ของใช้ประจำตัว พระฉายาลักษณ์พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีและ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดาสิริโสภาพรรณวดีซึ่งทั้งสอง พระองค์เป็นหลานปู่และหลานทวดของ เจ้าพระยาอภัยภูเบศรด้วย ห้องชั้นล่างซีกซ้ายของอาคารจัดเป็น”พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย อภัยภูเบศร” เช่น ตู้เก็บสมุนไพร ครกบดยา;รางบดยา หินฝนยา ตำรายาไทย ฯลฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาการแพทย์ไทย และสนับสนุนการจัดตั้ง “มูลนิธิหมื่นชำนาญแพทย” ขึ้นหมื่นชำนาญแพทยา(พลอย แพทยานนท์)เป็นบุตรของแพทย์หลวงประจำ พระองค์ของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย เป็นอย่างมากพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย อภัยภูเบศรเปิดบริการให้เข้าชมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็น โบราณสถาน และได้มีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2539 โดยจัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เป็นศูนย์การรวบรวมอนุรักษ์ตำราไทย สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านของจังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งยังเป็นแหล่งการศึกษาค้นคว้า วิจัยและเผยแพร่ ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้อง กับสมุนไพรและการแพทย์ของท้องถิ่น ชั้นล่าง จัดแสดงประวัติตึกเจ้า พระยาอภัยภูเบศร ตำนานหมอหลวง การแพทย์แผนไทยแพทย์พื้นบ้านและ ตัวอย่างเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์แผนไทย เช่น ตู้ยา หินฝนยา หินชนวน มีดหมอ ชั้นบน จัดแสดงสมุดข่อย หนังสือและตำรายา หินบดยา ในอดีตสมัยทวารวดี ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดบริการทุกวันเวลา 08.30-17.00 น.
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ผลงาน “โครงการทัวร์สุขภาพโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวครั้งที่ 4 ประจำปี 2546 รางวัลดีเด่นประเภทโครงการส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยว โดยใช้สมุนไพรบำบัดยา รักษาโรค มีการนวด อบ ประคบและฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์ และเครื่องสำอาง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 3721 1088 ต่อ 3166 หรือ 0 3721 6164 และยังมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ในราคาย่อมเยาว์ชั้นล่าง ของโรงพยาบาล เปิดทุกวัน เวลา 08.30-20.30 น.หป โทร. 0 3721 1088 ต่อ 3166 หรือ www.abhaiherb.com
นอกจากพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยแล้วในพื้นที่ของโรงพยาบาลก็ยังมีการให้บริการในส่วนของอภัยภูเบศรเดย์สปาที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ดูทันสมัย และน่าใช้บริการ มากเป็นสปาที่รวบรวมองค์ความรู้ทั้งแผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผสมผสานกับกลิ่นอายอารยธรรม ตะวันตกโดยให้บริการทั้งนวดแบบไทย นวดสปา ขัดผิว พอกผิว อบสมุนไพร สปาเน้นฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมเหมาะสม กับเจ้าเรือนของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการสปาบำบัด ได้วันพุธ– วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00– 20.00 น

ล่องแก่งหินเพลิง

กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง เป็นอีกหนึ่งกิจจกรมมท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงฤดูฝน แก่งหินเพิง มีแก่งหินที่สามารถทำ ให้หัวใจของทุกคนเต้นแรง กระแสน้ำไหลพาเรือยางแล่นปะทะโขดหิน ทำให้เกิดกระแสน้ำวน ผู้นำล่องแก่งจึงต้องใช้ฝีมือและทักษะในการพาย รวมทั้งต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษ ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันพายเพื่อให้พ้นกับการปะทะกับแก่งหินและป้องกันเรือพลิกคว่ำ และบางจุดกระแสน้ำจะเบา ทุกคนก็จะสนุกสนานกับ ลำธารใสที่สามารถแวะพักเหนื่อยเล่นกันได้แก่งหินเพิง ตั้งอยู่ที่ หน่วยพิทักษ์ป่า ขญ.9 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ถือกำเนิด เกิดจากลำน้ำใสใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สิ้นสุดที่ปลายน้ำ ณ ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรีและไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี และบรรจบ กับแม่น้ำนครนายกไหลรวมเป็นแม่น้ำบางปะกง การล่องแก่งหินเพิงใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8 -10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำ อยู่ในระดับ 3 -5 นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง โดยการล่องแก่งหินเพิง นักท่องเที่ยวไปยังบริเวณขญ. 9(ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที จากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณ ขญ.9

การล่องแก่งสายนี้จุดเด่นอยู่ที่ตัวแก่งหินเพิงอันเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง เมื่อถึงฤดูฝนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคมกระแสน้ำจะไหลหลาก อย่างรุนแรง ก่อให้เกิดเกาะแก่งมากมาย ตัวแก่งหินเพิงมีลักษณะเป็นลานหินหักเทลื่นลงมาจนเกิดเป็นกระแสน้ำวนและเชี่ยวกรากต้องใช้ความสามารถ และทักษะในการพายเป็นอย่างยิ่ง จากจุดเริ่มต้นเหนือแก่งหินเพิงลงมาจะผ่านแก่งวังบอน บริเวณนี้จะมีโขดหินสองฝั่งขวางกระแสน้ำอยู่บีบให้กระแสน้ำ เข้าหากับเป็นรูปตัววี และถ้าผ่านแก่งวังบอนมาได้ กระแสน้ำหลังแก่งวังบอนจะไหลย้อนทิศทางตรงนี้สามารถพักเรือบริเวณนี้ได้ ล่องเรือต่อมาจะพบกับ แก่งลูกเสือ ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจไม่แพ้แก่งหินเพิง และผ่านไปจนถึงแก่งวังไทร และแก่งงูเห่า ซึ่งเป็นแก่งสุดท้ายของการล่องแก่งสายน้ำช่วงนี้ แก่งวังไทรจะมีลักษณะเป็นคลื่นใหญ่ม้วนตัวขึ้นเป็นวง สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้พอสมควรจากแก่งหินเพิงเป็นจุดเริ่มต้นในการล่องถึง แก่งงูเห่า แก่งสุดท้าย โดยระยะเวลาในการ

แก่งต่าง ๆ ที่ล่องผ่าน
แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งลักษณะหินของแก่งหินเพิงประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน ผ่านเกาะแก่งและชั้นหินต่างระดับลงมาเป็นชั้น ๆ ยาวประมาณ 200 เมตร เป็นสุดยอดของการล่องแก่งทริปนี้
1.แก่งหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา
2.แก่งวังบอน มีลักษณะเป็นแก่งหินสั้น ๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหลลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศา ผ่านชั้นหินและเกาะต่าง ๆ จากนั้นน้ำจะไหลเอื่อย ๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ
3.แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็ก ๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจาก กิ่งไม้ที่ยื่นออกมา
4.แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอ ๆ กับแก่งลูกเสือมีความลาดชัน ประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆแล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่นต้องใช้ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง
5.แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนักจะแลเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลท่วมเกาะแก่งต่าง ๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ การล่องแก่งหินเพิงส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อน

ตัวแทนในการล่องแก่งหินเพิง
นักท่องเที่ยวที่สนใจมาล่องแก่งหินเพลิงสามารถใช้บริการตัวแทนต่างๆ โดยอาจจะซื้อเป็นเพคเกจ One day trip หรือค้างคืนก็ได้ หรืออาจจะเช่า เฉพาะเรือยางพร้อมคนพายได้
1.สวนศักดิ์สุภา รีสอร์ท http://www.saksupha.net
28 หมู่ 4 ตำบลสะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 25220 โทร.0-3745-1211 , 0-1632-6606 , 0-1454-0076 , 0-9832-2946
2.แก่งหินเพิง แค้มปิ้ง
ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี โทร. 405608, 4056111, (01) 315-5071, (01) 663-2777
3.แค้มปิ้งไซด์ เซ็นเตอร์
จรัญสนิทวงศ์ 79 บางพลัด โทร. 433-2760, 435-3907
4.ชมรมคนพายเรือ
ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี โทร. (01) 304-6849
5.ทนงค์ เติบไธสง
133 หมู่ 6 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี โทร. (01) 459-9066, (01) 653-9635, (01) 851-8503
6.บ้านผางาม รีสอร์ท
532/3-5 หมู่ 1 ถนนกบินทร์บุรี-โคราช (สาย 304) กิโลเมตรที่ 12 ตำบลหนองกกี่ โทร. 204455-7, 204536-8 กรุงเทพฯ โทร. 435-6923, 424-3476, 433-4884
7.บริษัท เนเจอร์ แทรเวลเลอร์
กรุงเทพฯ โทร. 375-2062, 377-5370-2
8.บริษัท ฟูจิ ทัวร์
(01) 309-4983, (01) 667-5782, (01) 665-5772 กรุงเทพฯ โทร. 518-0240, 918-6067, 918-9804, 918-9974
9.บ้านวังตะพาบ รีสอร์ท
44 หมู่ 2 ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี โทร. 281315, (01) 946-9133
10.สวนวนารมย์
316 สุขุมวิท 14 คลองเตย โทร. 229-4794, (01) 489-6215
11.เหนือฝ่ายแคมป์
215 หมู่ 1 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี โทร. 286005 ์
การเดินทางไปแก่งหินเพลิง
เริ่มจากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3452 (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จะมาตัดกับทางหลวงหมายเลข 33 แล้วเลี้ยวขวาตรงไปทางอำเภอกบินทร์บุรี ก่อนถึงอ.กบินทร์บุรีจะมีทางสามแยก ให้ตรงไปอีกเล็กน้อยจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. และโรงเรียนวัดสระดู่ มีถนนเล็ก ๆ ติดกับโรงเรียนเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร จะมีป้ายบอกตลอดเส้นทางเมื่อถึงสามแยกบริเวณที่มีป้ายแจ้งว่าแก่งหินเพิง 7 กิโลเมตร ให้ เลี้ยวซ้ายไปตามส้นทางสายเก่าไม่ไกลนักจะถึงริมน้ำแล้วข้ามฟากไปอีกฝั่งหนึ่ง สำหรับเส้นทางสายใหม่ เมื่อพบป้ายแก่งหินเพิง 7 กม. ให้เลี้ยวขวาจะพบสี่แยกแรก ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางผ่านหมู่บ้านข้ามลำธาร แล้วไปสิ้นสุดการเดินทางที่หน่วยพิทักษ์ป่า ขญ.9แล้วเดินไป ตามเส้นทางเดินป่าอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงแก่งหินเพิง

เดอะเวโรน่า @ทับลาน

เดอะ เวโรน่า แอท ทับลาน (Verona at Tublan) ตั้งอยู่ในอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นแหล่งช้อปปิ้ง จุดพักรถและพักผ่อนแห่ง ใหม่ของจังหวัดปราจีนบุรี โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองเวโรน่า แห่งแคว้นเวเนตโต้ ประเทศอิตาลี ต้นกำเนิดนวนิยาย โรมิโอ&จูเลียต อันเลื่องชื่อของโลก จึงก่อกำเนิดดินแดนแห่งรักในเมืองไทย กับเดอะเวโรน่าแอททับลาน ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา ที่มีอากาศ บริสุทธิ์อันดับ7 ของโลก ให้ความรู้สึกโรแมนติกแบบสุดๆ พร้อมสถาปัตยกรรมที่จำลองสะพาน Castelvecchio ทะเลสาบ Garda ลานกลางแจ้งแบบ Arena หอคอย Lamberti หอนาฬิกา หอระฆัง จัตุรัสเออร์เบที่ให้ได้เข้าถึงความ เป็นเวโรน่าแบบสุดๆ พร้อมกับกิจกรรมล่องเรือคอนโดล่า ชมตำนานรักแห่งบ้านจูเลียต นั่งรถม้าสไตล์อิตาลีพร้อมชมฟาร์มสไตล์คันทรี ได้ไกล้ชิดและ ให้อาหารสัตว์นานาชนิด สนุกไปกับเครื่องเล่น และสันทนาการต่างๆมากมาย พร้อมบริการรถ ATV ให้ได้ Adventure แบบมันส์ๆ ยังไม่หมดแค่นี้ ที่นี่ยังมีสินค้าทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอกถึง 120 ร้านค้า ให้คุณได้ ชม ชิม ช๊อป แชะ พร้อมความสนุก อีกมากมาย ที่รอคุณได้สัมผัสไปกับคนที่คุณรัก เพียงแค่อยู่เมื่องไทยก็เหมือนได้ไปอิตาลี

เดอะ เวโรนา แอท ทับลาน

เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน ตั้งอยู่ ถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 32-33 ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติทับลาน เส้นทางเดียวกับทางไป อำเภอวังน้ำเขียวโดนใช้เส้นปราจีนบุรี ปัจจุบันเปิดให้เข้าพรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน
251 ม.6 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 25220
เบอร์โทรศัพท์ : 096 324 4423
แฟกซ์ : 037-218736