เขาฉกรรจ์

เขาฉกรรจ์ ตั้งอยู่ ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ ตัวเขาฉกรรจ์เป็นเขาหินปูน บริเวณเชิงเขาเป็นสวนรุกขชาติใช้เป็นสถานที่ปลูกป่าของกรมป่าไม้ บริเวณเขาฉกรรจ์ประกอบด้วย ภูเขาหินปูน 3 ลูก (เป็นภูเขาหินปูนดึกดำบรรพ์ อายุราว 2-4 พันปี)โดยมีเขาฉกรรจ์เป็นลูกใหญ่ที่สุดและอยู่ตรงกลาง มีภูเขามิ่งอยู่ด้านซ้าย และเขาผา อยู่ด้านซ้ายและขวา เขาฉกรรจ์มีถ้ำที่สำคัญ คือ ถ้ำเขาทะลุ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ภายในถ้ำมีถ้ำเล็กถ้ำน้อย อยู่มากถึง 12 แห่ง อาทิ ถ้ำหนุมาน ถ้ำมหาสิงห์ ถ้ำน้ำทิพย์ ถ้ำแก้วพลายชุมพล ซึ่งในถ้ำ ต่างๆเหล่านี้ ไม่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมเพราะการเดินทาง เข้าถึงลำบากแต่ด้วยความสงบจึง กลายเป็นที่อาศัยของ ฝูงค้างคาวจำนวนมากที่พร้อมใจกันบินออกหากินในตอนเวลาพลบค่ำ

ส่วนถ้ำที่นักท่องเที่ยวสนใจสามารถเดินทางเข้าชมมากที่สุด คือ ถ้ำทะลุ มีลักษณะเป็นช่องเขาสองด้านที่ทะลุหากัน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้านหน้ามีบันไดปูนเชื่อมต่อกับบันไดไม้ให้ได้เดินขึ้นไปชมถ้ำได้สบาย เมื่อขึ้นไปถึงส่วนบนของถ้ำ สามารถมองเห็นความกว้างใหญ่ภายในถ้ำลงมายังด้านล่างของวัด ถ้าต้องการชมค้างคาว ต้องชมตอนเวลา 18.00 น. จะมีฝูงค้างคาวนับล้านๆตัว บินออกจากถ้ำเป็นสายยาว และอีกด้านหนึ่งจะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอเขาฉกรรจ์ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ด้านล่างเป็นที่ตั้งของ วัดถ้ำเขาฉกรรจ์และสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ มีฝูงลิงวอกนับพันตัวอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารลิง ได้อย่างระมัดระวัง

การเดินทาง
เขาฉกรรจ์ ห่างจากตัวเมืองสระแก้วไปตามทางหลวงหมายเลข 317 สระแก้ว-จันทบุรี ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร จะถึงเขาฉกรรจ์ซึ่งอยู่ติดทาง หลวงด้านซ้ายมือ

ศาลหลักเมืองสระแก้ว

ศาลหลักเมืองสระแก้ว ตั้งอยู่ที่ ปริมณฑลสวนกาญจนาภิเษฏ ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว ศาลหลักเมืองแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการจัดสร้าง ศาลหลักเมืองประจำจังหวัดสระแก้วขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรัก ภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชการที่ ๙ และเป็นศูนย์รวมขวัญกำลังใจ และความรักสมัครสมานสามัคคีในหมู่พสกนิกรชาวสระแก้วโดยการดำเนินการเบื้องต้น มีลักษณะเป็นปรางค์ห้าองค์ที่ มีทางเดินเชื่อมถึงกัน โดยเสาหลักเมืองอยู่ในปรางค์องค์ตรงกลาง เสาหลักเมืองทำจากต้นชัยพฤกษ์ที่มีคุณลักษณ์ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี มีความสูง 3.5 เมตร ภายในติดแผ่นดวงเมืองสระแก้วไว้ด้วย

การเดินทาง จากสามแยกสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทางอ.วัฒนานครประมาณ 3 กิโลเมตร ศาลหลักเมืองอยูทางขวามือ

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

อุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นป่าที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องสัตว์ป่า เพราะมีสัตว์ป่าสัตว์ป่าหายากและนกกว่า 300 ชนิด เช่น นกเงือก นกยูง จุดหนึ่งที่พบสัตว์ป่ามากก็คือ บริเวณ ห้วยคลองพลูซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับไร่ร้าง ปัจจุบันมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าที่สัตว์ป่าหลายชนิด มักจะมากินน้ำ สัตว์ที่พบในบริเวณนี้ คือช้างป่า กระทิง เก้ง กวาง หมูป่า รวมทั้งผีเสื้อหลากสีสันที่มีอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน กิจกรรมดูผีเสื้อซึ่ง มีให้ชมมากเป็นพิเศษในช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพความประทับใจกับผีเสื้อปีกสวยสีสันงามตามากกว่า 350 ชนิด

ดูผีเสื้อปางสีดา
เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดาจัดขึ้นทุกปีในช่วงต้นเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเช่น การประกวดหุ่นผีเสื้อ และขบวนแห่หุ่น ผีเสื้อ กิจกรรมทำโป่งเทียมให้ผีเสื้อ เรียนรู้ร่วมกันกับกิจกรรมดูผีเสื้อและแนะนำการถ่ายภาพผีเสื้อจากนักดูผีเสื้อและนักถ่ายภาพ ชมนิทรรศการภาพ ถ่ายผีเสื้อ รวมทั้งพาดูผีเสื้อตามจุดต่าง ๆ ของอุทยาน ฯอย่างใกล้ชิดและถูกต้องพร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับสายพันธุ์ ผีเสื้อที่มีอยู่กว่า 350 สายพันธุ์ นำนักท่องเที่ยวที่ได้แวะมาเยือนผืนป่าปางสีดาได้เดินศึกษาธรรมชาติ และชมผีเสื้อนานาพันธุ์ ตามเส้นทางดูผีเสื้อ การชมผีเสื้อควรเริ่มต้นตั้งแต่ เช้าช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า โดยจุดชมผีเสื้อปางสีดามีดังนี้

จุดแรก คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
สามารถพบเห็นตั้งแต่บริเวณลานกางเต็นท์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยจะพบผีเสื้อวงศ์บินเร็วตั้งแต่เช้าในฤดูฝนจะพบผีเสื้อสกุลบารอน หลายชนิดลงกินผลไม้สุกใต้ต้นมะม่วงในเดือนเมษายนจะพบดักแด้ผีเสื้อหนอนคูนจำนวนนับหมื่นในบริเวณรอบ ๆ ศูนย์บริการ

จุดที่สอง
บริเวณน้ำตกปางสีดา หากฉีดน้ำทิ้งสักพัก จะเห็นผีเสื้อลงมากินเกลือแร่หากเดินตามน้ำตกจะพบกับผีเสื้อ นานาชนิด โดยเฉพาะวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง และผีเสื้อ หนอนกระหล่ำ

จุดที่สาม บริเวณน้ำตกลานหินดาด
เริ่มต้นจากกิโลเมตรที่ 6 โดยเดินผ่านทุ่งกระทิงสองข้างทางจะพบกับผีเสื้อสกุลผีเสื้อป่านานาพันธุ์ เช่น กาหลิบแดง พระเสาร์ใหญ่และที่ปลายทางจะ พบกับ “ น้ำตกลานหินดาด ” และชม “ กล้วยไม้ป่า ” ดอกไม้งาม

ช่วงหน้าฝน
จุดที่สี่ ห้วยน้ำเย็น เป็นที่ตั้งของหน่วย ปด.5 อากาศเย็นสบายตลอดปี หากเดินไปตามลำห้วยจะพบกับ ผีเสื้อที่หายากหลายชนิด เช่น ผีเสื้อลายซิกแซก ฟ้าเฟลเดอร์ตาแมวม่วง

จุดสุดท้าย แหล่งน้ำซับ กม.26
เริ่มต้นจากชุดวิว กม.25 ชมความเขียวขจีของผืนป่าตะวันออก และเป็นป่าต้นน้ำ ของแม่น้ำบางปะกง เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรเศษจะพบ แหล่งน้ำซับอยู่กลางถนน ซึ่งผีเสื้อจะพากันมากินโป่ง สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยผีเสื้อวงศ์บินเร็ว

น้ำตกปางสีดา
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ 800 เมตร เป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นและจะมีน้ำ มากในช่วงฤดูฝน

จุดชมวิว กม.25
ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 25 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหุบเขากว้างทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

น้ำตกผาตะเคียน
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกปางสีดา ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางขึ้นสู่น้ำตกร่มรื่นด้วยแมกไม้หนาทึบ เป็นน้ำตกชั้นสุดท้าย ที่อยู่ในสายเดียวกับน้ำตก ปางสีดา มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร หน้าฝนน้ำตกจะไหล ทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สวยงามมาก เหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ

กลุ่มน้ำตกแควมะค่า
จากที่ทำการอุทยาน ฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 40 ให้เดินเท้าต่ออีกประมาณ 6 กิโลเมตร ตัวน้ำตกทิ้งตัวจากหน้าผาสูงประมาณ 70 เมตร เหมาะสำหรับ เดินป่าและสามารถกางเต็นท์ได้ ใกล้ ๆ กันยังมี น้ำตกรากไทรย้อย ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ 500 เมตร

น้ำตกลานหินใหญ่
ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ 1.5 กิโลเมตร น้ำตกสวนมั่น สวนทอง ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ 3 กิโลเมตรและน้ำตกม่านธารา ห่างจากน้ำตก แควมะค่าประมาณ 4 กิโลเมตร กลุ่มน้ำตกแห่งนี้ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากเป็นกลุ่มน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า

น้ำตกถ้ำค้างคาว
จากที่ทำการอุทยาน ฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 22ให้เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกมีค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำมากมาย

ทุ่งหญ้าบุตาปอด

เป็นทุ่งหญ้ากว้างลักษณะคล้ายกับทุ่งหญ้ามอสิงโตในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านเก่า ต่อมาเมื่อมีการอพยพชาวบ้าน ออกไป จึงกลายเป็นทุ่งหญ้ารกร้าง และมีสัตว์ป่าเข้ามาอาศัยหากินจำนวนมาก ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำหอดูสัตว์ไว้ด้วย มีทางเดินเข้าไปได้ 2 ทาง จากถนนภายในอุทยานแห่งชาติตรงกิโลเมตรที่ 3.5 และกิโลเมตรที่ 6 ทั้งสองทางใช้ระยะทางเท่ากัน คือ 2 กิโลเมตร จึงจะถึงทุ่งหญ้าบุตาปอด นักท่องเที่ยวที่สนใจควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางล่วงหน้า เพราะต้องเดินไป-กลับราว 5 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากที่ทำการ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตาม ทางหลวงหมายเลข 3462 บริเวณหลักกิโลเมตร 3.5 หรือจะเริ่มที่ กิโลเมตรที่ 6 ก็ได้ทุ่งหญ้านี้กว้างใหญ่คล้ายทุ่งหญ้ามอสิงโตใน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เดิมเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่อมาชาวบ้านอพยพออกไปกลายเป็นทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ป่ามาหากินอย่างชุกชุม โดยเฉพาะวัว และกระทิง ทางอุทยานฯจัดทำโป่งเทียมและหอดูสัตว์ไว้ด้วย

แหล่งจระเข้น้ำจืด
ห่างจากที่ทำการอุทยาน ฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร เข้าไปทางหมู่บ้านคลองผักขม – ทุ่งโพธิ์อีกประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดซึ่งเหลือ เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในบริเวณห้วยน้ำเย็นที่มีวังน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น แหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืด แทบทั้งสิ้น

อาณาเขต การปกครอง
อุทยานมีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยวสามารถจองห้องพักได้ทางเว็บไซต์ของอุทยาน http://www.dnp.go.th/parkreserve/reservation.asp มีลานกางเต้นท์

อุทยานแห่งชาติปางสีดา
ตู้ ปณ.55 อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว 27000 โทรศัพท์ 0 3755 6500 (VoIP), 0 3724 3775,0 37246100 โทรสาร 0 3724 3774
อุทยานแห่งชาติปางสีดา โทร.0-3724-3775, 0-3724-6100, 0-1862-1511
สมาคมรักษ์ปางสีดา โทร.0-1429-2842 และ www.rakpangsida.com

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติปางสีดา
จากกรุงเทพ ฯ ามารถใช้เส้นทางผ่านจ.ฉะเชิงเทรา – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี ใช้ถนนหมายเลข 304 ผ่านศูนย์ศึกษา การพัฒนาเขาหินซ้อนฯ แล้วเลี้ยวขวาตัดเข้า ถนนหมายเลข 359 มุ่งหน้ามายังตัวเมืองสระแก้วหรือจะใช้เส้นทางผ่าน จ.นครนายกจากนั้นใช้ถนน หมายเลข 33 เข้าตัวเมือง สระแก้ว ขับรถออกจากตัวเมืองสระแก้วไปอีก 27 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติปางสีดา หรือใช้บริการรถสองแถว โดยสารสายสระแก้ว – บ้านคลองน้ำเขียว เข้าไปประมาณ 27 กิโลเมตร จนถึงที่ทำการอุทยาน ฯ